อย่างไรซิ?! “เอ็มบัปเป” เผยเสนอคำถามกับตนเองวันแล้ววันเล่าว่า “เปแอสเช ใช่จริงเหรอ?”

คีเลียน เอ็มบัปเป ซูเปอร์วันเดอร์คิดชาวฝรั่งเศส ออกมาสารภาพตามจริงว่า ตั้งคำถามให้กับตนเองวันแล้ววันเล่าว่า “ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือสมาคมที่ดีสุดสำหรับเขาแล้วจริงหรอ?”

“สำหรับเรื่องของอนาคต ผมไม่จำเป็นต้องรีบเร่งเลย แค่พากเพียรเลือกทำในสิ่งที่ถูกมากสุดให้ได้ก่อนคือพอเพียง แน่ๆว่ามันยาก แต่ว่าถ้ามีอะไรที่ทำให้เติบโตขึ้นได้ทั้งยังในทางชีวิตและก็จิตใจ ผมจะคว้าไว้โดยทันที” เอ็มบัปเป กล่าวกับ France Football


“ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นสมาคมบอลที่ทำให้ผมรู้สึกได้จริงๆว่าชอบชีวิตปัจจุบันของตัวเองมาก ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างดีไปหมด แต่ว่าผมยังสงสัยและก็ตั้งคำถามอยู่วันแล้ววันเล่าว่า ที่นี่คือดีสุดส่วนตัวสำหรับเราแล้วจริงๆน่ะหรอ?”

“บอกก่อนนะว่าผมเองก็ยังไม่ได้คำตอบกับหัวข้อนี้แบบเดียวกัน แต่ว่าที่มั่นใจก็คือ สมาคมแห่งนี้วางโปรเจ็คต์อนาคตเอาไว้ชัดเจนสวยงามมาก และก็การที่ผมเลือกอยู่ต่อหรือย้ายออก จะสร้างความไม่เหมือนให้กับแผนงานนี้อย่างมหาศาลจนกระทั่งเกือบจะเป็นคนละเรื่องเลย”

“อย่างไรก็แล้วแต่ ทั้งยังผู้จัดการทีมและก็ฝ่ายบริหารต่างรู้ดีว่าผมรู้สึกยังไง แม้ว่าจะยังไม่เคยบอกอะไรเลย แต่ว่าพวกเขาผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเคยเป็นนักเตะอาชีพ จึงรับรู้ได้เองอัตโนมัติ”

“การจะก้าวขึ้นเป็นนักเตะที่เก่งสุดในโลก คุณจำเป็นต้องออกไปพิสูจน์ตนเองบนเวทีที่ใหญ่มากยิ่งกว่านี้ สำคัญคือจะต้องเป็นผู้ชนะที่ใสสะอาดและก็แสดงให้เห็นถึงคลาสอันสูงศักดิ์อย่างแท้จริงอีกด้วย”

ไม่เคยลืม! “กุนโดกัน” มอบเงิน 11 ลบ. ให้ทีมสมัยเด็กไปสร้างสนามใหม่

อิลคาย กุนโดกัน มิดฟิลด์กลุ่มชาติเยอรมนีของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มอบเงินโบนัสที่ได้จากสังกัดเดิม กรณีการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูล่าสุด ให้กับชมรมในวัยเด็กที่ภูมิลำเนา

ตามข่าวระบุว่า จอมบุกวัย 30 ปี ได้มอบเงินให้กับ เฮสส์เลอร์ 06 ชมรมแคว้นในเมืองเกลเซนเคียร์เชน จำนวน 300,000 ยูโร หรือกว่า 11 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างสนามฟุตบอลแห่งใหม่ของกลุ่ม
สำหรับกุนโดกันกำเนิดและโตที่เยอรมนี โดยมีเชื้อสายประเทศตุรกีจากฝั่งคุณปู่ เริ่มเล่นบอลกับ เฮสส์เลอร์ 06 ตั้งแต่ 3-8 ขวบ ก่อนที่จะโดน ชาลเก้ 04 ดึงไปปั้น 1 ปี แล้วกลับมาอยู่กับ เฮสส์เลอร์ 06 ต่อจนถึงอายุ 14 ปีต่อจากนั้นเจ้าตัวได้ประเดิมเกมอาชีพครั้งแรกกับ โบคุ่ม แล้วจึงย้ายไปสร้างชื่อเสียง เนิร์นแบร์ก, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กระทั่งมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2016

โชเซ มูรินโญ ที่ปรึกษาจอมถือตัวของ อาแอส โรม่า

โชเซ มูรินโญ ที่ปรึกษาจอมเย่อหยิ่งของ อาแอส โรม่า พูดว่าความแพ้พ่ายของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดชิงชนะเลิศ ค้างราบาว คัพ นับว่าตนคว้ามาได้ครึ่งแชมป์

มูรินโญ เข้ามารับงานเป็นที่ปรึกษา ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในช่วงปลายปี 2019 แต่ปฏิบัติงานได้เพียงแต่ 18 เดือนก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง

ที่ปรึกษาชาวโปรตุกีสถูกปลดเพียงแต่ไม่กี่วันก่อนกำลังจะถึงนัดชิงชนะเลิศ ค้างราบาว คัพ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งท้ายที่สุดจบด้วยการที่ สเปอร์ส แพ้ไป 0-1

ล่าสุด มูรินโญ พูดว่า “ถ้าคุณอยากที่จะให้ผมแสดงความเชื่อมั่น ก็ลองถามมองสิว่าผมคว้ามาแล้วกี่แชมป์ตลอดอาชีพที่ปรึกษา”

“ผมจะตอบคุณว่า ผมคว้ามาแล้ว 25 แชมป์ครึ่ง ครึ่งแชมป์ที่ว่าคือสำหรับนัดชิงฯที่ผมพลาดกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไปนั่นแหละ”

ลาซิโอ คว้า “ซาร์รี” นั่งผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่

ลาซิโอ ได้ผู้จัดการทีมฟุตบอลใหม่แล้วด้วยการดึง เมาริซิโอ ซาร์รี อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลของ ยูเวนตุส เข้ามารับตำแหน่ง พร้อมมอบข้อตกลงยาว 2 ปี

ลาซิโอ เปิดตัว เมาริซิ ซาร์รี กุนซืคนใหม่ โดยมีการเซ็นสัญญาคุมกลุ่มระยะเวลาสองปีกันไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 62 ปีย้ายมาอยู่กับ ลาซิโอ ให้หลัง ซิโมเน อินซากี ออกมาจากตำแหน่งเพื่อไปรับงานคุม อินเตอร์ มิลาน ต่อจาก อันโตนิโอ คอนเต้

ซาร์รี ตกงานมานับตั้งแต่โดน ยูเวนตุๆส ให้ออกจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคม 2020 จากที่ไม่เข้ารอบ 16 กลุ่มสุดท้ายในแชมเปียนส์ลีก

ก่อนหน้านั้น ซาร์รี ผ่านการควบคุมมาหลายสมาคมในลีกข้างล่างๆก่อนที่จะก้าวขึ้นมาสู่เซเรีย อาด้วยการพา เอ็มโปลี เลื่อนชั้นในปี 2014 แล้วหลังจากนั้นก็ช่วยทำให้กลุ่มรอดพ้นจากการตกชั้นกระทั่งส่งผลให้เขาได้คุม นาโปลี

เขาพาให้ นาโปลี มีลุ้นแชมป์ลีกในช่วงฤดูกาลแรกที่คุมและก็เฉียดจะได้แชมป์ในซีซั่น 2017-18 แต่ว่าโดน ยูเวนตุส เบียดคว้าชัยชนะไปเพียงแค่ 4 แต้มแค่นั้น

สุดท้าย ซาร์รี เก็บข้าวของย้ายไปคุม เชลซี ในซัมเมอร์นั้นและก็พาทีมจบในชั้น 3 ของตารางรวมถึงคว้าชัยชนะยูโรปาลีก

ผู้ฝึกสอนชาวอิตาลีจบลงด้วยการย้ายกลับสู่อิตาลีเพื่อคุม “ม้าลาย” และก็คว้าชัยชนะเซเรีย อา เสร็จ รวมถึงเข้าชิงโคปาอิตาเลีย

5 ดาวรุ่ง” น่าสังเกตในยูโร 2020 คราวนี้

ประเทศชั้นหนึ่งของยุโรปกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนที่จะทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020 จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 เดือนมิถุนายน

นี่จะเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันชิงชัยที่แออัดไปด้วยผู้เล่นโด่งดังมากจากนานัปการลีกทั่วทั้งทวีป แล้วก็น่าเชื่อถือเลยว่าแต่ว่าละคนต่างก็จะเพียรพยายามกันอย่างเต็มเปี่ยมเพื่อนำการบรรลุเป้าหมายมาสู่ชาติของตัวเอง

เว้นแต่เหล่าผู้เล่นระดับสตาร์และจากนั้นก็มักจะมีผู้เล่นดาวรุ่งจำนวนไม่น้อยที่สร้างชื่อได้จากทัวร์นาเมนต์ระดับชาติแบบนี้

ซึ่งในยูโร 2020 ที่กำลังจะมาถึง เราจึงขอจับมาสัก 5 ชื่อให้ผู้อ่านได้เฝ้ารอเฝ้ายลฝีเท้าของพวกเขากัน ว่าแต่ว่าละคนถ้าเกิดต้องเจอแรงกกดดันทั้งจากคู่ต่อสู้แล้วก็จากผู้เล่นซีเนียร์รอบตัวแล้ว พวกเขาจะเจิดแจ่มแจ้งกันได้สักเพียงแค่ไหนเชียว?

ฟิล โฟเดน
เหมือนปกติ อังกฤษ จะเริ่มต้นการแข่งขันชิงชัยในฐานะตัวเต็งคว้าชัยชนะรายการนี้โดยที่ มึงเร็ธ เซาธ์เกต มีตัวเลือกในแนวรุกให้เลือกใช้อย่างเต็มเปี่ยมเพื่อหวังจะจบ 55 ปีที่การรอคอยการบรรลุเป้าหมายในทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ฟิล โฟเดน มีฤดูกาลที่ไม่เลวเลยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาจะได้ติดต่อประสานงานกับผู้เล่นที่อยู่ในคลาสเดียวกันอย่าง เจดอน ซานโช แล้วก็ เมสัน เมาต์ ในระหว่างที่มี แฮร์รี เคน รอรอคอยจบสกอร์ให้อยู่ข้างหน้าคงจะช่วยยกระดับฝีเท้าของเขาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

โฟเดน เคยได้รับรางวัลผู้เล่นดีของรายการฟุตบอลโลก U17 เมื่อ 4 ปีก่อนมาแล้ว แล้วก็ขณะนี้เขาก็กำลังเตรียมพร้อมสำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่คราวแรกของตัวเอง หลังจากได้โอกาสเดบิวต์ทีมชาติไปเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน

ตัวรุกวัย 21 ปีทำเป็น 2 ประตู จาก 6 นัดหมายที่ลงเล่นในระดับประเทศ โดยทั้ง 2 ลูกเกิดขึ้นในเกมกับไอซ์แลนด์ เมื่อท้ายปีที่แล้วที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม


จามาล มูเซียลา
ดาวรุ่งของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นตัวแทนของทีมชาติอังกฤษในกลุ่มอายุต่างๆตลอดมา ก่อนที่จะเลือกย้ายไปเล่นให้กับเยอรมนีแทน ข้างหลังมีฤดูกาลที่สดใสในบุนเดสลีกา

นักเตะวัย 18 ปีรายนี้กลายเป็นผู้เล่นในลีกที่อายุต่ำที่สุดที่ลงเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิค โดยยิงไป 7 ประตูจากทุกรายการแล้วก็มีส่วนช่วยต้นสังกัดปกป้องแชมป์เอาไว้ได้อีกปี

ลำแข้งวัยทีนคนนี้มีพรสวรรค์ทางเทคนิคแล้วก็ความคล่องตัวยอดเยี่ยม แถมยังสามารถลงเล่นในตำแหน่งที่นานัปการอีกด้วย เราไม่อาจคาดเดาได้ว่า โยอาคิม เลิฟ จะใช้งานเขามากมายน้อยแค่ไหน แต่ว่าเชื่อเถอะว่าทั่วทั้งโลกกำลังจับตาเขาอยู่อย่างแน่นอน


เปดรี
สตาร์คนใหม่อีกรายที่เปิดตัวในระดับประเทศเมื่อช่วงพักเบรกทีมชาติในมีนาคม เปดรี สร้างความมุ่งมาดไว้อย่างยิ่งข้างหลังแจ้งเกิดได้อย่างเต็มกำลังให้กับบาร์เซโลนา

นักเตะวัย 18 ปีรายนี้ย้ายมาจาก ลาส พัลมาส เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว โดยเขาสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของสมาพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างสบายๆแบบไม่น่าเชื่อ

เปดรี ไม่เฉพาะแต่บอกให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันเป็นอันมากของเขาแค่นั้น แต่ว่ายังควบคุมเกมด้วยความนิ่งเกินกำลังชนิดที่ไม่ค่อยเห็นมากสักเท่าไรนักในผู้เล่นวัยเดียวกัน


ไรอัน กราเวนเบิร์ช
ฮอลแลนด์ เตรียมหวนคืนสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกนับจากฟุตบอลโลก 2014 กับทีมที่แออัดไปด้วยผู้เล่นเลือดใหม่เป็นจำนวนมากภายใต้การนำของ แฟรงค์ เดอ บัวร์

ไล่ไปตั้งแต่ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์, เฟรงกี เดอ ยอง แล้วก็ล่าสุดกับ ไรอัน กราเวนเบิร์ช ลำแข้งดาวรุ่งจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่มักจะถูกชูไปเปรียบเทียบกับ พอล ป็อกบา อยู่เป็นประจำ ทั้งในด้านของความแข็งแกร่งของร่างกายแล้วก็ความชำนาญในการเล่นที่นานัปการ

ดาวรุ่งที่ปีของเอเรดิวิซี ทำไป 3 ประตูแล้วก็ 5 แอสซิสต์จากการลงเล่น 32 นัดหมายในลีกดัตช์ แล้วก็กลายเป็นเป้าสายตาของหายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป


เดยันคูลูเซฟสกี
ลำแข้งราคา 35 ล้านยูโรที่ย้ายมาจากอตาลันตาเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วเป็นเยี่ยมเรื่องดีๆไม่กี่ประการจากฤดูกาลที่น่าผิดหวังของยูเวนเหม็นตุส

ปีกตัวจี๊ดชาวประเทศสวีเดนมีดีกรีเป็นถึงดาวรุ่งดีของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วแล้วก็ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นของตัวเองไว้ได้โดยตลอดกระทั่งมาถึงฤดูกาลนี้ เขาทำเป็น 7 ประตูจากทุกการแข่งขันชิงชัย โดยหนึ่งในนั้นเป็นการยิงใส่ทีมเก่าในรอบชิงชนะเลิศวัวปขว้าง อิตาเลีย เสียด้วย

คูลูเซฟสกี เล่นได้นานัปการตำแหน่งในเกมรุก ประกอบกับความขยันแล้วก็แนวทางในการปั้นเกมที่ทำเป็นทั้งการเปิดบอลอย่างแม่นยำไปจนถึงการเลี้ยงหลบผู้เล่นแนวรับบ่อยๆ

ไม่ธรรมดา! สื่อเผย “จอร์จิน่า” หวานใจ “โรนัลโด้” รับทรัพย์สินอื้อ

จอร์จิน่า โรดริเกวซ เมียสาวคนงามของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้าตัวเก่งของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส สมาคมดังที่ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูก เดอะซัน สื่อจอมแฉของเกาะอังกฤษ เผยว่าเธอมีรายได้จากการโพสต์ภาพลงในโลกโซเชียลผ่านอินสตาแกรม มากถึง 29,587 ปอนด์ (ราว 1.1 ล้านบาท) ต่อการโฆษณาผลิตภัณฑ์ 1 ครั้ง


โดย อินสตาแกรมของแฟนสาวยอดแข้งซุปตาร์ มียอดผู้ติดตามมากถึง 14.5 ล้านคน รวมทั้งนับว่าเป็นหนทางสำหรับการโปรโมทตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี เหตุเพราะทุกโพสต์จะมีคนรักๆมาแห่กดไลค์กันเพียบ

อย่างไรก็ดีราคาดังที่กล่าวผ่านมาแล้วยังถือว่าเป็นรอง ชากิร่า เมียสาวของ เคราร์ด ปิเก้ ปราการหลัง บาร์เซโลน่า รวมทั้ง วิคตอเรีย เมียของ เดวิด เบ็คแฮม สมัยก่อนนักเตะซูเปอร์สตาร์ แบบไม่เห็นฝุ่นผง


สำหรับ แม่วัย 25 ปี กำเนิดรวมทั้งโตที่ประเทศสเปน ซึ่งเธอเคยดำเนินการด้านแฟชั่น ก่อนคบหากับแข้งดัง รวมทั้งมีลูกร่วมกัน 1 คนเมื่อปี 2016 ก่อนหน้าที่ผ่านมาชื่อว่า อลาน่า มาร์ติน่า ยิ่งกว่านั้นเธอยังรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกๆอีก 3 คนของ ศูนย์หน้าเลขลำดับ 7 ที่กองทัพฝอยทอง

OnThisDay 6 เดือนมิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกรอบ ของบาร์เซโลน่า

ฤดู 2008/09 บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาคมแรกของสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักภายในฤดูเดียวกัน ทั้งยังลาลีกา, โคปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้กล้วยๆแต่บาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ สมัยก่อนนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูแรก และได้เสริมทัพดาวยิงชื่อดังอย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ และลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ประสานแผงหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ รับประกันครองแชมป์ลาลีกาก่อนลงเตะนัดในที่สุด จากนั้นก็ครองแชมป์โคขว้าง เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลติก บิลเบา และยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 เดือนมิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนเหม็นตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกรอบ

อิวาน ราคิติช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ในช่วงครึ่งหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนเหม็นตุส ก่อนที่จะซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกรอบ และเนย์มาร์ ก็ทำแต้มจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนเหม็นตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า ครองแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 และเป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาคมแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 หน


แน่ๆว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 นั่นคือ 3 แผงหน้า “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายตลอด โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมป้องกันแชมป์ลาลีกา และโคปาเดล เรย์ รวมทั้งครองแชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

ทีมชาติอังกฤษ : ข้อมูลทีม, รายนามนักเตะ ,โค้ช

รายชื่อนักเตะทีมชาติอังกฤษ sagame

โค้ช :
– แกเร็ธ เซาธ์เกต

ผู้รักษาประตู :
– ดีน เฮนเดอร์สัน
– แซม จอห์นสตัน
– จอร์แดน พิคฟอร์ด

กองหลัง :
– เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
– เบน ชิลเวลล์
– คอเนอร์ เคาดี้
– รีซ เจมส์
– แฮร์รี่ แม็กไกวร์
– ไทโรน มิงก์ส
– ลุค ชอว์
– จอห์น สโตนส์
– คีแรน ทริปเปียร์

– ไคล์ วอล์คเกอร์

กองกลาง :
– จู๊ด เบลลิงแฮม
– จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
– เมสัน เมาท์
– แคลวิน ฟิลลิปส์
– ดีแคลน ไรซ์

กองหน้า :
– โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน
– ฟิล โฟเด้น
– แจ็ค กรีลิช
– แฮร์รี่ เคน
– มาร์คัส แรชฟอร์ด
– บูคาโย่ ซาก้า
– เจดอน ซานโช่
– ราฮีม สเตอร์ลิง

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับการชิงชัยบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป นอกเหนือจากตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลหลายท่านมีความสนใจมากที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มต้นนี้ จำต้องบอกว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสเอารางวัลแห่งเกียรตินี้ไปครอง วันนี้เราก็เลยต้องการพาคนอ่านทุกท่านลองไปดูกันว่าในแต่ละกรุ๊ปพอจะมีคนใดกันแน่ที่เข้าตากันบ้าง

กรุ๊ป A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาสิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอควร เหมือนกับ ลอเรนโซ อินสิเญ ศูนย์หน้าจากนาโปลีที่ยิงถล่มทลายในฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
สวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความหวัง แต่ก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของหงส์แดงเองก็ชอบทำเจริญสำหรับการรับใช้กองทัพอย่างเดียวกัน
ตุรกี : คงจำต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสฤดูกาลปัจจุบันอย่าง ยูซุฟ ยาสิซี ที่ทำไป 14 ประตูและ บูรัค ยิลมาซ ศูนย์หน้าตัวเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
เวลส์ : น่าจะเป็นคนใดกันแน่ไปไม่ได้นอกเหนือจากความหวังอันสูงสุดของประเทศอย่าง เอ็งเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูเหมือนร้อนแรงขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กรุ๊ป B


เบลเยียม : ปีนี้คงจำต้องจับตามองไปที่ โรเมลู ลูกากู ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นลำดับแรก แต่ก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้กระทั้ง คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จำต้องบอกว่าปีนี้ดูเหมือนไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างสะดุดตา แต่สำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุยงสซุฟ โพลเซน จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ และ ค้างสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอจะเป็นตัวความหวังสำหรับการกระหน่ำประตูได้อยู่บ้าง หรือไม่แน่ คริสเตียน เอริกเซน ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่มบางครั้งก็อาจจะคืนฟอร์มเก่งแบกกลุ่มในยูโรคราวนี้ก็เป็นได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าจับตามอง 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูกาลหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช สิตี้ ไปถึง 26 ประตู และ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้เสร็จ
รัสเซีย : ยังคงจำต้องหวังพึ่งหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีให้หลัง อย่างไรก็ดี พอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานเจริญกับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อเล็ก มิรันชุค จากอตาลันตา และ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปไม่ได้อย่างเดียวกัน

กรุ๊ป C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จำต้องบอกว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีเลิศมายทั้ง เมมฟิส เดปาย ตัวความหวังอันดับต้นๆ, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ แนวรุกจากเฟเยนูร์ด และ วูท เวกฮอร์สต์ ศูนย์หน้าจากโม้ล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความหวังในดินแดนหน้าปีนี้น่าจะเป็น ซาซา ค้างลาจ์ดสิช หัวหอกเนื้อหอมจากสตุๆตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในฤดูกาลก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสโคนฟ บวมการ์ทเนอร์ และ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ที่สามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรคราวนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ประสานที่น่าสยดสยองอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ศูนย์หน้าจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา และที่จำเป็นเลยเป็น วิคโคนร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาสิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกตัวเก๋าที่โด่งดังในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่แม้ตอนนี้ในวัย 37 ปี แต่ก็ยังคงค้าลำแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้โดยตลอดอีกต่างหาก

กรุ๊ป D


อังกฤษ : แน่นอนว่าศูนย์หน้าอันดับต้นๆคงจำต้องฝากความหวังไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน และมาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้กระทั้งหัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอจะมีลุ้นอยู่บ้างด้วยเหมือนกันถ้าหากสามารถชนะใจ เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต และยึดตำแหน่งตัวจริงมาครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกคราวปัจจุบันยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน และ นิโกลา วลาสิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความหวังในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : น้องใหม่หน้าเก่านำกองทัพโดย เช อดัมส์ แนวรุกจากเซาธ์หมูแฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้เป็น แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน และดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่กลายเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

กรุ๊ป E


ประเทศสเปน : กองทัพวัวกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนภายในกลุ่มชุดนี้เป็น อัลบาโร โมราตา จากยูเวนตุๆส และ เคราร์ด โมเรโน ศูนย์หน้าจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มปัจจุบัน ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียโดยมาก ที่พอจะเป็นได้ก็ดังเช่น เฟร์รัน โคนร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, มิเกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา และ ดานี โอลโม จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์
ประเทศโปแลนด์ : จะเป็นคนใดกันแน่ไปไม่ได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทวดาอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
สวีเดน : แม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวแบกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่พวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าสนใจอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ศูนย์หน้าจากเรอัล โซเซียดาด และ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกมีชื่อเสียงทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ และ เดจนกระทั่ง คูลูเซฟสกี ของยูเวนตุๆสเป็นกำลังหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่แทบจะทั้งหมดโดยมีตัวความหวังในดินแดนหน้าเป็น อิวาน เฒ่านซ์ จากยาโบลเนช และ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี โคโลญจน์

กรุ๊ป F


ประเทศฝรั่งเศส : 2 ตัวความหวังอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวครั้งที่แล้ว และแน่นอน คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดแนวรุกจากกรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างไรก็ดี พวกเขายังมี ค้างขอบ เบนเซมา และ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสกระหน่ำประตูในศึกยูโรคราวนี้ได้อย่างเดียวกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของกองทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าแปรไปพอควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ และ เควิน โฟลลันด์ เป็นทางเลือกในตำแหน่งหมายเลข 9 ส่วนตัวรุกผู้อื่นที่น่าสนใจก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 ลำแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในพักหลัง
ประเทศโปรตุเกส : แน่นอนผู้ที่มีลุ้นมากที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ศูนย์หน้าสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร สิลวา แนวรุกฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากหงส์แดง รวมถึงน้องใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยอย่างเดียวกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความหวังพร้อมทั้งแนวรุกรุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่น่าจะส่งผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้

ทีมชาติสเปน : ข้อมูลทีม, รายชื่อนักเตะ ,โค้ช

ทีมชาติสเปน sexy gaming

โค้ช :
– หลุยส์ เอ็นริเก

ผู้รักษาประตู :
– อูไน ซิมง
– ดาบิด เด เคอา
– โรเบิร์ต ซานเชซ

กองหลัง :
– โฆเซ กายา
– ฆอร์ดี อัลบา
– เปา ตอร์เรส
– อายเมริค ลาปอร์กต์
– เอริค การ์เซีย
– ดิเอโก ยอเรนเต
– เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า

กองกลาง :
– มาร์กอส ยอเรนเต
– เซร์คิโอ บุสเก็ตส์
– โรดรี
– ติอาโก อัลคันทารา
– เปดรี
– โกเก
– ฟาเบียน รุยซ์

กองหน้า :
– ดานี โอลโม
– มิเกล โอยาร์ซาบัล
– เคราร์ด โมเรโน
– อัลบาโร โมราตา
– เฟร์ราน ตอร์เรส
– อดามา ตราโอเร
– ปาโบล ซาราเบีย